Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์ - เสาร์ :

09.00 - 18.00 น.

วันอาทิตย์หยุดทำการ

เราช่วยคุณได้

@supertrips.th

Travel License : 11/08775

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

15 พิกัด ที่เที่ยวนครสวรรค์

15 พิกัด ที่เที่ยวนครสวรรค์

181

เที่ยวนครสวรรค์ เมืองสวรรค์แห่งปากน้ำโพ ดินแดนแห่งประตูสู่ภาคเหนือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ตอนนี้บอกเลยว่าน่าเที่ยวไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ ใดใดเลย เพราะนครสวรรค์ มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางสายบุญ บอกเลยว่านครสวรรค์มีวัดวาอาราม ที่มีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีความงดงามในระดับ Unseen  อยู่มากมาย นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา และมีตลาดเมืองเก่าสุดคลาสสิคอย่างตลาดชุมแสงให้แฟนละครตามไปฟินกันได้อีก ที่สำคัญจังหวัดนี้ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สองชั่วโมงหรือสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว จึงเหมาะมากๆ ที่จะเป็นจุดด์ในวันหยุดสำหรับคนมีเวลาน้อยที่ชอบเที่ยวไทยแบบใกล้กรุงเทพ  ว่าแต่มีพิกัดไหนให้ตามไปฟินกันได้บ้าง ตามไปชมกันเลย 

Club Med Beidahu ลานสกีภูเขาหิมะจีน รีสอร์ท All-Inclusive สำหรับมือใหม่

Club Med Beidahu ลานสกีภูเขาหิมะจีน รีสอร์ท All-Inclusive สำหรับมือใหม่

28

Club Med Beidahu ลานสกีบนภูเขาหิมะ Beidahu ประเทศจีนClub Med Beidahu คือสกีรีสอร์ทแบบ All-Inclusive บนภูเขาหิมะ Beidahu ประเทศจีน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากไทย เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นสกีมาก่อน ครอบครัวที่มีเด็ก และกลุ่มเพื่อนที่ต้องการทริปสกีแบบไม่ยุ่งยาก ทุกอย่างรวมครบในที่เดียว ลานสกีและพื้นที่หิมะ Beidahu Snow MountainClub Med Beidahu ตั้งอยู่บน Beidahu Snow Mountain ในมณฑลจี๋หลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงของจีนลักษณะเด่นของลานสกี- ลานสกีขนาดใหญ่ รองรับตั้งแต่มือใหม่ถึงระดับกลาง- สโลปกว้าง เล่นง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น- มี Snow Park และโซนกิจกรรมหิมะสำหรับทุกวัย- ระบบทำหิมะคุณภาพสูง เล่นสกีได้ยาวตลอดฤดู- วิวภูเขาหิมะธรรมชาติสวยงามตลอดเส้นทางสกีเหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการลองเล่นสกีเป็นครั้งแรก กิจกรรม (Activities) ภายในรีสอร์ทSki & Snowboard Lessons- ครูสอนจาก Club Med ดูแลทุกระดับ- มีทั้งคลาสกลุ่มและ Private Lesson- เหมาะทั้งมือใหม่และผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมSnow Fun & Outdoor Activities- Snow Tubing- Snow Play Zones สำหรับเด็กและครอบครัว- Snow Trekking เดินชมธรรมชาติบนหิมะMini Club สำหรับเด็ก- คลับเด็กพร้อมทีมดูแล- กิจกรรมเล่นหิมะ งานฝีมือ และกิจกรรมในร่ม- ช่วยให้ผู้ปกครองพักผ่อนได้เต็มที่Après-ski & Relax- สปาและพื้นที่พักผ่อน- เหมาะสำหรับการผ่อนคลายหลังเล่นหิมะทั้งวันห้องพัก (Rooms)ห้องพักของ Club Med Beidahu ออกแบบให้เหมาะกับสภาพอากาศหนาว เน้นความอบอุ่นและความสบาย เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนรายละเอียดห้องพัก- เตียงใหญ่ พร้อมผ้าห่มหนานุ่ม หลับสบาย- ดีไซน์อบอุ่น เหมาะกับการพักผ่อนหลังเล่นสกี- ห้องพักหลายประเภท เช่น Standard, Superior และ Family Room- วิวภูเขาหิมะจากห้องพัก- Wi-Fi และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันห้องอาหาร (Dining) แบบ All-Inclusiveการเข้าพักที่ Club Med Beidahu รวมอาหารครบทุกมื้อ- บุฟเฟต์อาหารเช้า กลางวัน และเย็น- อาหารจีนท้องถิ่น และอาหารนานาชาติ- คุณภาพอาหารดี ปริมาณหลากหลายสำหรับเด็กและครอบครัว- มีเมนูเด็ก- โซนอาหารที่ทานง่าย เหมาะกับผู้ที่เพิ่งกลับจากการเล่นหิมะSpecial Themed Nights- ดินเนอร์ธีมพิเศษตามฤดูกาล เพิ่มสีสันให้การเข้าพักบาร์และพื้นที่พักผ่อนหลังเล่นสกี - Slope-Side Bar เครื่องดื่มร้อน เย็น และซิกเนเจอร์ค็อกเทล- Lounge และ Coffee Corner สำหรับนั่งพักผ่อน- บาร์ยามเย็น บรรยากาศสบาย เหมาะกับการผ่อนคลายหลังวันเล่นสกีClub Med Beidahu เหมาะกับใคร- ผู้ที่อยากลองเล่นสกีครั้งแรก- ครอบครัวที่ต้องการทริปหิมะสนุกครบทุกวัย- กลุ่มเพื่อนที่อยากเที่ยวสกีในจีนแบบสบาย- ผู้ที่มองหาประสบการณ์ Ski + Fun + Chill ในที่เดียวหากกำลังมองหา “ลานสกีบนภูเขาหิมะใกล้ไทย” ที่เดินทางง่าย ไม่ต้องวางแผนซับซ้อน Club Med Beidahu คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดติดตามข้อมูลท่องเที่ยวดีๆ กด Like เพจ Supertrips นะคะโดยลูกค้าทุกท่านสามารถติดต่อเราได้ทาง : คุณหมูหวาน  080-345-8788Line : @supertrips.th (เติม@ด้านหน้าด้วยนะคะ )เลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว : 11/08775

เล่นสกีใกล้ไทยที่จีน รวมรีสอร์ท Club Med Beidahu | Changbaishan | Yabuli

เล่นสกีใกล้ไทยที่จีน รวมรีสอร์ท Club Med Beidahu | Changbaishan | Yabuli

38

เล่นสกีใกล้ไทยที่จีน ทางเลือกใหม่ของสายหิมะ ปี 2026 !หากพูดถึงการเล่นสกี หลายคนมักนึกถึงยุโรปหรือญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “สกีที่ประเทศจีน” กลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวจากไทยที่ต้องการประสบการณ์หิมะระดับสากล โดยไม่ต้องเดินทางไกลหรือใช้งบประมาณสูงเกินไป จีนถือเป็นคำตอบของคำว่า “สกีใกล้ไทย” อย่างแท้จริง ทั้งในด้านระยะเวลาเดินทาง ราคา และคุณภาพของลานสกี ทำไมการเล่นสกีที่จีนถึงน่าสนใจ1. เดินทางใกล้ไทย บินสั้น ประหยัดเวลาการเดินทางจากไทยไปจีนใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่มีวันลาจำกัด แต่ยังอยากสัมผัสประสบการณ์หิมะและสกีแบบเต็มรูปแบบ 2. ค่าใช้จ่ายคุ้มค่า เมื่อเทียบกับยุโรปแพ็กเกจสกีในจีนมีราคาย่อมเยากว่าสกียุโรปอย่างชัดเจน แต่ยังคงได้มาตรฐานลานสกีระดับสากล 3. ลานสกีขนาดใหญ่ ได้มาตรฐานโลกจีนมีลานสกีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง รองรับทั้งผู้เล่นมือใหม่ไปจนถึงระดับจริงจัง 4. เหมาะกับมือใหม่ มีครูสอนสกีดูแลรีสอร์ทหลายแห่ง โดยเฉพาะ Club Med มีครูสอนสกีมืออาชีพ ดูแลตั้งแต่พื้นฐาน ทำให้ผู้ที่ไม่เคยเล่นมาก่อนสามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ 5. รีสอร์ทแบบ All-Inclusiveพัก เล่น กิน จบในที่เดียว รวมอุปกรณ์สกี ครูสอน และกิจกรรมหลังเล่นสกี ไม่ต้องวางแผนซับซ้อน 3 Club Med สกีรีสอร์ทตัวท็อปในจีน1.Club Med Beidahu ที่ตั้ง: มณฑลจี๋หลิน (Jilin)Club Med Beidahu เป็นรีสอร์ทสกี All-Inclusive ที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและครอบครัว ลานสกีมีสโลปกว้าง เล่นง่าย วิวภูเขาหิมะสวยงาม พร้อมกิจกรรมหิมะนอกลานสกีให้เลือกหลากหลายเหมาะสำหรับ: มือใหม่ ครอบครัว และผู้ที่อยากลองเล่นสกีเป็นครั้งแรก 2.Club Med Changbaishan ที่ตั้ง: ภูเขาฉางไป่ซาน (Changbai Mountain)จุดเด่นของ Changbaishan คือบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามและเงียบสงบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบสกีผสม Wellness สามารถเล่นได้ทั้ง Alpine Ski และ Cross-country Ski พร้อมสปาและบ่อน้ำร้อนสำหรับผ่อนคลายหลังเล่นสกีเหมาะสำหรับ: มือใหม่ ผู้ที่เน้นการพักผ่อน และสาย Wellness 3.Club Med Yabuli ที่ตั้ง: เมือง Yabuli มณฑลเฮยหลงเจียงYabuli ถือเป็นหนึ่งในโดเมนสกีที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีสโลปหลากหลายระดับ ตั้งแต่ Beginner ไปจนถึง Advanced เหมาะกับนักสกีที่มีประสบการณ์และต้องการความท้าทาย รวมถึงกิจกรรม Snow Trekking และกิจกรรมกลุ่มเหมาะสำหรับ: สายเล่นสกีจริงจัง Intermediate กลุ่มเพื่อน และ Group Trip สรุป เล่นสกีใกล้ไทย เลือกจีนตอบโจทย์ที่สุด !สำหรับใครที่อยากสัมผัสหิมะ เล่นสกีแบบไม่เหนื่อย ไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องวางแผนซับซ้อน การเล่นสกีที่จีน โดยเฉพาะรีสอร์ท Club Med ถือเป็นตัวเลือกที่ครบทั้งความสะดวก คุณภาพ และความคุ้มค่า เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในปี 2026ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวดีๆ กด Like เพจ Supertrips นะคะโดยลูกค้าทุกท่านสามารถติดต่อเราได้ทาง : คุณหมูหวาน  080-345-8788Line : @supertrips.th (เติม@ด้านหน้าด้วยนะคะ )เลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว : 11/08775

เทรนด์ท่องเที่ยวมัลดีฟส์ 2026 | Eco-Luxury, Wellness Retreat และ Private Experience

เทรนด์ท่องเที่ยวมัลดีฟส์ 2026 | Eco-Luxury, Wellness Retreat และ Private Experience

33

เทรนด์ท่องเที่ยวมัลดีฟส์ 2026 ที่นักเดินทางต้องรู้ ในปี 2026 มัลดีฟส์ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของทะเลสวยและวิลล่าเหนือน้ำอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการท่องเที่ยวที่มีความลึกซึ้ง หรูหรามากขึ้น และใส่ใจทั้งผู้เดินทางและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เทรนด์การท่องเที่ยวมัลดีฟส์ในปีนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักเดินทางระดับโลกที่มองหาประสบการณ์มากกว่าการพักผ่อนทั่วไป .Eco-Luxury: ความหรูหราที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมแนวคิด Eco-Luxury คือหัวใจสำคัญของรีสอร์ทมัลดีฟส์ในยุคใหม่ ความหรูหราไม่ได้หมายถึงการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่คือการพักผ่อนอย่างมีความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ รีสอร์ทชั้นนำหลายแห่งในมัลดีฟส์เริ่มปรับตัวด้วยการใช้พลังงานทดแทน การรีไซเคิลของเหลือ การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และการจัดโปรแกรมอนุรักษ์ทะเล เช่น การปลูกปะการังหรือฟื้นฟูระบบนิเวศใต้น้ำ เพื่อให้แขกมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมตัวอย่างรีสอร์ทแนว Sustainable Luxury ที่โดดเด่น ได้แก่1. Soneva Jani2. Anantara Kihavah3. Six Senses Laamu .Wellness Retreat: การพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจมัลดีฟส์กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้าน Wellness Retreat ระดับโลก รีสอร์ทหลายแห่งออกแบบโปรแกรมที่มุ่งเน้นการเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ Sound Healing Breathwork โปรแกรม Detox และ Hydrotherapy ในปี 2026 มัลดีฟส์ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านสุขภาพด้วยการจัดงานระดับนานาชาติ Maldives Wellness Experience and Travel Symposium ซึ่งผสานศาสตร์การเยียวยาแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการดูแลสุขภาพสมัยใหม่ตัวอย่างรีสอร์ทสาย Wellness Retreat ที่ได้รับความนิยม ได้แก่1. Joali Being2. COMO Maalifushi3. Soneva Jani .Private Experience: ความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญของมัลดีฟส์ในปี 2026 คือ Private Experience หรือการมอบประสบการณ์ที่ปรับได้ตามไลฟ์สไตล์ของแขกอย่างแท้จริง นักเดินทางสามารถเลือกพักผ่อนในรูปแบบ Unscripted Hospitality จะตื่นสายหรือทำกิจกรรมตามจังหวะของตัวเองก็ได้โดยไม่มีกรอบเวลา รีสอร์ทหลายแห่งยังมีบริการเหมาทั้งเกาะ (Island Buyout) สำหรับกลุ่มครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อน รวมถึงกิจกรรมแบบ Private เช่น ดินเนอร์ส่วนตัว เรือส่วนตัว และเชฟส่วนตัว เพื่อยกระดับความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงตัวอย่างรีสอร์ทที่โดดเด่นด้าน Private Experience ได้แก่1. Waldorf Astoria Maldives2. Conrad Maldives Rangali Island3. Kinbi Private Villa .สรุปเทรนด์มัลดีฟส์ 2026การท่องเที่ยวมัลดีฟส์ในปี 2026 สะท้อนภาพของจุดหมายปลายทางที่พัฒนาไปไกลกว่าความสวยงามของธรรมชาติ แต่เน้นความหรูหราที่รักษ์โลก การพักผ่อนเพื่อการเยียวยา และความเป็นส่วนตัวที่สามารถออกแบบได้ตามต้องการ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทริปที่มอบประสบการณ์มากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป มัลดีฟส์ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของโลกในปี 2026.โดยหากต้องการข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถ INBOX สอบถามกับแอดมินได้เลยนะคะ.โดยลูกค้าทุกท่านสามารถติดต่อเราได้ทางคุณหมูหวาน 080-345-8788.และติดต่อได้ทุกช่องทางออนไลน์ Facebook /Lineเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการในช่วงเวลา08:30 - 22:00 น. จันทร์ - ศุกร์08.30 - 20.30 น. วันเสาร์08.30 - 16.00 น. วันอาทิตย์.Line : @supertrips.th (เติม@ด้านหน้าด้วยนะคะ )เลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว : 11/08775.ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวดีๆ กด Like เพจ Supertrips นะคะ

มัลดีฟส์ทุบสถิติโลก 2026 | นักท่องเที่ยวสูงสุดในประวัติศาสตร์ | Super Maldives

มัลดีฟส์ทุบสถิติโลก 2026 | นักท่องเที่ยวสูงสุดในประวัติศาสตร์ | Super Maldives

39

อัปเดตข่าวมัลดีฟส์ 2026: มัลดีฟส์ทุบสถิติโลก นักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มัลดีฟส์ยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ (Ministry of Tourism) เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า เดือนมกราคม ปี 2026 เพียงเดือนเดียว มัลดีฟส์ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวน 224,788 คน ซึ่งถือเป็น ยอดนักท่องเที่ยวรายเดือนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมัลดีฟส์อย่างชัดเจน และทำให้ปี 2026 กลายเป็นปีที่ทั่วโลกจับตามอง วิเคราะห์ตัวเลข: ทำไมมัลดีฟส์จึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า มัลดีฟส์มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 4.6% โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศเฉลี่ย 7,251 คนต่อวัน ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากตลาดนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจาก โครงสร้างการท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งด้านที่พัก การเดินทาง และรูปแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของมัลดีฟส์ในปี 2026 ตลาดยุโรปยังคงเป็นฐานหลักของมัลดีฟส์ ขณะเดียวกันตลาดเอเชียกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดย 5 ประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามัลดีฟส์มากที่สุด ได้แก่ รัสเซีย – ครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 30,000 คนอิตาลี – ตลาดยุโรปใต้ที่มีความนิยมมัลดีฟส์อย่างต่อเนื่องจีน – ตลาดที่กลับมาเติบโตเร็วที่สุดในช่วงต้นปี 2026สหราชอาณาจักรเยอรมนี 3 เหตุผลที่มัลดีฟส์ปี 2026 น่าเที่ยวกว่าที่เคย 1. เที่ยวมัลดีฟส์ได้หลายงบประมาณ ปัจจุบันที่พักบนเกาะท้องถิ่น (Local Islands) มีสัดส่วนมากกว่า 26% ของที่พักทั้งหมด ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวมัลดีฟส์ได้ในงบประมาณที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะรีสอร์ทราคาสูงเท่านั้น 2. โครงสร้างพื้นฐานได้รับการยกระดับ การเปิดใช้อาคารผู้โดยสารใหม่ที่ Velana International Airport ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการเชื่อมต่อไปยังรีสอร์ตต่าง ๆ ทั้ง Seaplane และ Speedboat ทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น 3. เทรนด์ Wellness และ Eco Tourism มัลดีฟส์ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Wellness Retreat การดูแลแนวปะการัง และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ เป้าหมายใหญ่ของมัลดีฟส์ในปี 2026 รัฐบาลมัลดีฟส์ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ 2.4 ล้านคนภายในปี 2026 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศ จากทิศทางทั้งหมด ทำให้ปี 2026 กลายเป็นหนึ่งในปีที่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมัลดีฟส์คึกคักที่สุดมีตัวเลือกที่พักและประสบการณ์หลากหลายที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางสู่มัลดีฟส์ ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ และสื่อหลักด้านการท่องเที่ยวอัปเดตข้อมูล: 2 กุมภาพันธ์ 2026.โดยหากต้องการข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถ INBOX สอบถามกับแอดมินได้เลยนะคะ.โดยลูกค้าทุกท่านสามารถติดต่อเราได้ทางคุณหมูหวาน  080-345-8788.และติดต่อได้ทุกช่องทางออนไลน์ Facebook /Line เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการในช่วงเวลา08:30 - 22:00 น. จันทร์ - ศุกร์08.30 - 20.30 น. วันเสาร์08.30 - 16.00 น. วันอาทิตย์.Line : @supertrips.th (เติม@ด้านหน้าด้วยนะคะ )เลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว : 11/08775.ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวดีๆ กด Like เพจ Supertrips นะคะ

ทัวร์โทโฮคุ ชมซากุระพันต้น ริมแม่น้ำชิโรอิชิ ช่วงสงกรานต์ | Japan Sakura

ทัวร์โทโฮคุ ชมซากุระพันต้น ริมแม่น้ำชิโรอิชิ ช่วงสงกรานต์ | Japan Sakura

24

โทโฮคุในช่วงเดือนเมษายนคืออีกหนึ่งโซนชมซากุระที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริเวณ ริมแม่น้ำชิโรอิชิ (Shiroishi River) ซึ่งมีซากุระกว่า 1,200 ต้นเรียงยาวกว่า 8 กิโลเมตร กลายเป็นอุโมงค์สีชมพูที่ทอดคู่ไปกับแม่น้ำสีฟ้าใส ฉากหลังยังมองเห็น เทือกเขาซาโอะ (Zao) ที่มีหิมะปกคลุมสะท้อนกับแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ภาพที่เห็นราวกับภาพวาด เป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยากและเป็นเอกลักษณ์ของโทโฮคุ สำหรับผู้ที่เคยชมซากุระในโซนโตเกียวหรือโอซาก้ามาแล้ว การมาเก็บโซน เซ็นได – โทโฮคุ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะคนไม่เยอะเท่าเมืองใหญ่แล้ว จุดนี้ยังติดอันดับ 1 ใน 100 จุดชมซากุระของญี่ปุ่น อีกด้วย ไฮไลท์สำคัญ ซากุระพันต้น เรียงรายยาวตลอดแม่น้ำ ชมทั้งดอกไม้ แม่น้ำ และภูเขาหิมะในเฟรมเดียว มีรถรางขึ้นชมมุมสูงจากสวนปราสาทฟุนาโอกะ โลเคชันถ่ายภาพเยอะมาก เหมาะกับทั้งครอบครัวและสายคอนเทนต์ ช่วงเที่ยวสามารถเลือกได้ตรงกับ เทศกาลสงกรานต์ ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนไทยที่อยากหลีกเลี่ยงฝูงชนในเมืองใหญ่และอยากสัมผัสญี่ปุ่นในอีกบรรยากาศหนึ่ง

Keukenhof 2569 กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป จัดแสดงระหว่างวันที่ 19 มีนาคม

Keukenhof 2569 กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป จัดแสดงระหว่างวันที่ 19 มีนาคม

101

Keukenhof 2569 กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป จัดแสดงระหว่างวันที่ 19 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2569 ณ สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ใกล้กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายในงานพบกับความอลังการของสวนดอกไม้ระดับโลก รวมดอกทิวลิปกว่า 800 สายพันธุ์ มากกว่า 7 ล้านดอก พร้อมดอกไม้นานาชนิดจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นดอกแดฟโฟดิล ดอกไอริส และดอกลิลลี่ จัดแสดงอย่างประณีต สวยงามทุกมุมมอง สวนเคอเคนฮอฟตั้งอยู่ห่างจากกรุงอัมสเตอร์ดัมเพียงประมาณ 20 กิโลเมตร เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และถือเป็น Big Event ระดับยุโรป ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่ควรพลาด

7 ไอเดียเที่ยววันปีใหม่ “อัมสเตอร์ดัม” เมืองแห่งการเฉลิมฉลองสุดคึกคักของยุโรป

7 ไอเดียเที่ยววันปีใหม่ “อัมสเตอร์ดัม” เมืองแห่งการเฉลิมฉลองสุดคึกคักของยุโรป

111

7 ไอเดียเที่ยววันปีใหม่ “อัมสเตอร์ดัม” เมืองแห่งการเฉลิมฉลองสุดคึกคักของยุโรป หากพูดถึงจุดหมายปลายทางสำหรับการเที่ยวข้ามปีในยุโรป ชื่อของ อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม เมืองริมคลองแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะคืนวันที่ 31 ธันวาคม ที่ทั้งเมืองเต็มไปด้วยแสงสี เสียงดนตรี และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายปาร์ตี้ สายชิล หรือสายโรแมนติก อัมสเตอร์ดัมมีรูปแบบการเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มาดู 7 ไอเดียเที่ยววันปีใหม่ที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งจะทำให้การเริ่มต้นปีใหม่ของคุณน่าประทับใจแบบไม่ซ้ำใคร

เว็บไซต์พยากรณ์การมองเห็น “ภูเขาไฟฟูจิ” ตัวช่วยสายเที่ยวญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด

เว็บไซต์พยากรณ์การมองเห็น “ภูเขาไฟฟูจิ” ตัวช่วยสายเที่ยวญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด

115

เว็บไซต์พยากรณ์การมองเห็น “ภูเขาไฟฟูจิ” ตัวช่วยสายเที่ยวญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด ภูเขาไฟฟูจิ หนึ่งในสัญลักษณ์ระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้จะเห็นกันง่าย ๆ เพราะขึ้นชื่อเรื่อง “ขี้อาย” มักถูกเมฆและหมอกปกคลุมอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบางฤดูกาล ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องลุ้นกันวันต่อวันว่าทริปนี้จะได้เจอ “คุณลุงฟูจิ” หรือไม่ ข่าวดีคือ ที่ญี่ปุ่นมีเว็บไซต์เฉพาะสำหรับ พยากรณ์การมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งสามารถเช็กได้ล่วงหน้าสูงสุดถึง 8 วัน ช่วยให้วางแผนเที่ยวได้แม่นยำขึ้น ทั้งการเลือกวันเดินทาง จุดชมวิว และโปรแกรมทัวร์

ชนิดของลิฟต์สกีที่ควรรู้ก่อนขึ้นเขา | คู่มือมือใหม่สำหรับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ด

ชนิดของลิฟต์สกีที่ควรรู้ก่อนขึ้นเขา | คู่มือมือใหม่สำหรับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ด

122

ชนิดของลิฟต์สกีที่ควรรู้ก่อนขึ้นเขา สำหรับมือใหม่และสายสกีทุกระดับ การเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป หรือปลายทางสกีไหนในโลก สิ่งแรกที่ต้องใช้คือ “ลิฟต์สกี” ซึ่งเป็นระบบขนส่งหลักในทุกสกีรีสอร์ต โดยลิฟต์สกีมีหลายรูปแบบและแต่ละแบบเหมาะกับผู้เล่นต่างระดับกัน บทความนี้จะช่วยให้มือใหม่เข้าใจง่ายขึ้น และใช้งานได้อย่างมั่นใจเมื่อขึ้นเขาจริง.1) Gondola (กอนโดลา) – ห้องโดยสารแบบปิดเหมาะกับ: มือใหม่ ครอบครัว เด็ก ผู้เล่นทุกระดับจุดเด่น:+ ให้ความอบอุ่น ไม่โดนลมแรง+ ไม่ต้องถือสกีติดตัวขณะขึ้น+ เหมาะสำหรับขึ้นยอดเขาสูงหรือเปลี่ยนโซนใหญ่+ นั่งสบาย ชมวิวได้ชัดเจนตลอดทางกอนโดลาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการความสบาย ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงความหนาวจัดระหว่างการเดินทางขึ้นเขา.2) Chairlift (เชียร์ลิฟต์) – เก้าอี้ลิฟต์กลางแจ้งเหมาะกับ: ผู้เล่นระดับเริ่มต้น ถึงระดับโปรจุดเด่น:+ ขึ้นลงลานสกีได้รวดเร็ว+ มีตั้งแต่ 2–6 ที่นั่ง+ บางรีสอร์ตมีฝาครอบกันลมเพิ่มความอุ่น+ ต้องสวมสกีหรือบอร์ดติดเท้าเสมอทริกสำคัญสำหรับมือใหม่:ช่วงลงลิฟต์คือจุดที่ล้มบ่อยที่สุด ควรตั้งสติ เตรียมตัวให้พร้อม และลุกไถลออกจากพื้นที่ลงอย่างรวดเร็วเพื่อไม่กีดขวางผู้อื่น.3) Magic Carpet (เมจิกคาร์เพ็ต) – สายพานพื้นลำเลียงเหมาะกับ: มือใหม่มาก ๆ และเด็กจุดเด่น:+ ใช้งานง่ายที่สุด+ ไม่ต้องนั่ง ไม่ต้องลอย+ แค่ยืนบนสายพานแล้วปล่อยให้เลื่อนขึ้นเนิน+ เหมาะสำหรับฝึกทรงตัวและฝึกเบรกเมจิกคาร์เพ็ตเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก่อนขึ้น Chairlift ครั้งแรกของชีวิต.สรุปลำดับการใช้งานสำหรับมือใหม่ + เริ่มต้นที่สุด : Magic Carpet+ เริ่มเล่นจริง : Chairlift+ สายชิลและชมวิว : Gondola+ เน้นรอบเยอะ ลง–ขึ้นไว : Chairlift .หากต้องการสอบถามโปรแกรมทัวร์สกี รีสอร์ตแนะนำ หรือราคาพีเรียดต่าง ๆ สามารถติดต่อแอดมินผ่านทาง INBOX ได้เลยค่ะ

5 จุดดำน้ำเปิดใหม่ปี 2026 ที่มัลดีฟส์ – ปะการังฟื้นตัว สีสันสดกว่าเดิม

5 จุดดำน้ำเปิดใหม่ปี 2026 ที่มัลดีฟส์ – ปะการังฟื้นตัว สีสันสดกว่าเดิม

36

5 จุดดำน้ำ “เปิดใหม่ปี 2026” ที่มัลดีฟส์ – ปะการังฟื้นตัว สีสดกว่าเดิมหลังช่วงปี 2020–2024 ที่มัลดีฟส์เดินหน้าฟื้นฟูแนวปะการังอย่างจริงจัง หลายพื้นที่เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง ปี 2026 จึงเป็นปีสำคัญที่หลายรีสอร์ตเปิด “โซนดำน้ำใหม่” ที่ไม่เคยเปิดให้นักท่องเที่ยวมาก่อน ถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักดำน้ำและสายคอนเทนต์ที่อยากเห็นปะการังฟื้นตัวแบบใกล้ชิด.1) Coral Ridge Sanctuary – South Ari Atollจุดเด่น + พื้นที่อนุรักษ์ที่เปิดใหม่ครั้งแรกในรอบ 10 ปี+ ปะการัง Staghorn และ Table Coral เติบโตหนาแน่นอีกครั้ง+ โอกาสพบฉลามวาฬสูง เนื่องจากเป็นแหล่งอาศัยสำคัญ+ เหมาะสำหรับนักดำน้ำตื้น และนักดำน้ำลึกมือใหม่ที่อยากสัมผัสสัตว์ใหญ่.2) Rainbow Garden Reef – Baa Atoll (UNESCO Biosphere Reserve) จุดเด่น+ ฟื้นพื้นที่หลังจากเหตุปะการังฟอกขาวช่วงปี 2016–2019+ เปิดให้เข้าชมปี 2026 พร้อมแนวปะการังโทนชมพู โอรส และม่วง+ เต็มไปด้วยฝูงปลานกแก้วและปลาผีเสื้อ+ เหมาะกับนักถ่ายภาพ underwater ที่ต้องการภาพสีสด3) Blue Channel Passage – Lhaviyani Atoll จุดเด่น+ เส้นทางดำน้ำใหม่ผ่านช่องน้ำลึกที่เปิดปี 2026+ สามารถพบฝูง Stingray, Eagle Ray และ Reef Shark+ ทัศนวิสัยชัดเจน 20–30 เมตรช่วงมกราคม–เมษายน+ เหมาะสำหรับสายผจญภัยที่ต้องการประสบการณ์ดำน้ำลึก.4) Crystal Dome Reef – Raa Atoll จุดเด่น+ ถ้ำใต้น้ำระดับตื้น เปิดแบบจำกัดจำนวนต่อวันเพื่ออนุรักษ์+ แสงธรรมชาติส่องผ่านเหมือนโดมแก้วใต้น้ำ+ Soft Coral ฟื้นตัวและขึ้นหนาแน่นตามผนังหิน+ เหมาะกับสายถ่ายวิดีโอแนว Cinematic.5) Sunrise Coral Plateau – Maldives Central Atoll จุดเด่น+ ไหล่ทวีปตื้นที่ถูกปิดฟื้นฟูมา 6 ปีติดต่อกัน+ ปะการังเติบโตจนเป็น “ทุ่งปะการังราบยาว” สีสดแบบธรรมชาติ+ ช่วงเช้าเป็นเวลาที่สวยที่สุดเพราะแสงสะท้อนน้ำ+ เหมาะกับมือใหม่ถึงระดับกลางที่อยากดำน้ำชิล ๆ.ทำไม 5 จุดนี้ถึงโดดเด่นในปี 2026 ?+ โครงการ Coral Restoration 2.0 ของมัลดีฟส์เริ่มให้ผลชัดเจน+ ใช้เทคโนโลยีรีฟโดม (Reef Dome), Coral Rope และ Electric Reef Stimulation ช่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น+ หลายรีสอร์ตจับมือกันตั้ง “เขตอนุรักษ์ร่วม” เพื่อลดผลกระทบจากนักท่องเที่ยว+ ปะการังรุ่นใหม่มีโทนสีชมพู–ม่วง–ส้ม สดใสกว่าเดิมเพราะคุณภาพน้ำเสถียรมากขึ้น.หากต้องการชม รายละเอียดเพิ่มเติมข้ัอมูลมัลดีฟส์สามารถ INBOX สอบถามแอดมินได้เลยค่ะ ทีมงานยินดีให้คำแนะนำค่า

ทำไมต้องล่องเรือหลังคากระจกที่อัมสเตอร์ดัม ไฮไลต์ที่ต้องลอง

ทำไมต้องล่องเรือหลังคากระจกที่อัมสเตอร์ดัม ไฮไลต์ที่ต้องลอง

43

ทำไมต้องไป “ล่องเรือหลังคากระจก” ที่อัมสเตอร์ดัม ? การล่องเรือหลังคากระจกในอัมสเตอร์ดัม ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด หากมีแผนเดินทางไปเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะเมื่ออัมสเตอร์ดัมอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยว กิจกรรมนี้มักถูกเลือกเป็นหนึ่งในไฮไลต์ เพราะเป็นวิธีชมเมืองที่สวยที่สุดและสะท้อนประวัติศาสตร์ของเมืองได้ครบในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง.เหตุผลที่ต้องล่องเรือหลังคากระจกในอัมสเตอร์ดัม ?1. เมืองนี้ถูกออกแบบให้ชมวิวจาก “เรือ” ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17คลองวงแหวนของอัมสเตอร์ดัม (Grachtengordel) ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นโครงสร้างเมืองหลัก และยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันจุดเด่นสำคัญ:+ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO+ เป็นผังเมืองอายุกว่า 400 ปี+ เป็นสัญลักษณ์ประวัติศาสตร์ของยุโรปยุคทองการล่องเรือคือการชมอัมสเตอร์ดัมจาก “มุมที่ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม” จึงถือว่าเป็นวิธีที่ใช่ที่สุด.2. เห็นแลนด์มาร์กสำคัญครบภายในเวลาอันสั้นเส้นทางล่องเรือจะพาผ่านสถานที่สำคัญ เช่น+ บ้านทรงแคบ Leaning Houses+ สะพาน Magere Brug (Skinny Bridge)+ โบสถ์ Westerkerk+ คลองสำคัญ 3 สาย: Herengracht, Keizersgracht, Prinsengrachtเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย แต่ต้องการเก็บแลนด์มาร์กหลักของเมืองให้ครบ.3. หลังคากระจกโค้งชมวิวได้ 360 องศาเรือแบบหลังคากระจกถูกออกแบบมาให้รับแสงและวิวได้เต็มที่+ มองเห็นอาคารสองฝั่งคลองแบบเต็มเฟรม+ เก็บมุมลอดสะพาน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของอัมสเตอร์ดัม+ ไม่ต้องกังวลเรื่องฝน หิมะ หรืออากาศหนาวจึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับทุกฤดูกาล.4. เป็นกิจกรรม Must-Do ของอัมสเตอร์ดัมล่องเรือในอัมสเตอร์ดัมถูกจัดเป็นกิจกรรมระดับ Iconic Experience เช่นเดียวกับ+ ล่องแม่น้ำแซนในปารีส+ ขึ้นโตเกียวสกายทรีในญี่ปุ่น+ หากมาถึงอัมสเตอร์ดัมแล้ว “ต้องลอง” อย่างน้อยสักครั้ง.สรุปการล่องเรือหลังคากระจกในอัมสเตอร์ดัม ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมถ่ายรูปสวย แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจเมืองมากขึ้น ทั้งประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ และมนต์เสน่ห์ของคลองที่มีอายุกว่า 400 ปี เป็นกิจกรรมสั้น ๆ เพียง 1 ชั่วโมง แต่ให้ครบทั้งวิว ประสบการณ์ และความประทับใจที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลต์ของทริปเนเธอร์แลนด์.สนใจเที่ยวอัมสเตอร์ดัมหรือยุโรปปลายปีสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโปรแกรมเดินทางได้โดยตรงกับแอดมิน โดยมีโปรแกรมเที่ยวช่วงคริสต์มาส พักสตราสบูร์ก 2 คืน เที่ยวเยอรมนี–ฝรั่งเศส–เบลเยี่ยม–เนเธอร์แลนด์ เดินทาง 18–25 ธันวาคม 2568 รอบเดียวเท่านั้น

เที่ยวอาลซัสฤดูหนาว ชมตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส

เที่ยวอาลซัสฤดูหนาว ชมตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส

63

เที่ยวแคว้นอาลซัส ฤดูหนาว ความงามแบบฝรั่งเศสแท้ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง ? แคว้นอาลซัส (Alsace) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่สวยที่สุดในฤดูหนาว เมื่อทั่วทั้งพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาว บรรยากาศอบอุ่นของเทศกาลคริสต์มาส และเสน่ห์ของหมู่บ้านเก่าอายุกว่า 200 ปี ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนทุกปี ในฤดูหนาว อาลซัสโดดเด่นด้วยบ้านเรือนสไตล์ยุโรปดั้งเดิม เส้นทางไวน์อันเลื่องชื่อ และตลาดคริสต์มาสที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดของฝรั่งเศส ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางฤดูหนาวที่หลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตนเองสักครั้ง เสน่ห์ของอาลซัสในฤดูหนาว: ทำไมต้องมาในช่วงนี้ ? 1. ภูมิทัศน์หิมะและบรรยากาศคริสต์มาสสุดอบอุ่น เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หมู่บ้านทั้งแคว้นจะถูกประดับด้วยไฟคริสต์มาส โคมไฟสีอุ่น และงานตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกและความอบอุ่น 2. ตลาดคริสต์มาสชื่อดังของฝรั่งเศส อาลซัสเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มี Christmas Market สวยและมีชื่อเสียงที่สุด โดยเฉพาะเมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ซึ่งได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส” เต็มไปด้วยร้านค้า งานทำมือ ของตกแต่ง และกลิ่นหอมของอบเชยที่ลอยในอากาศ 3. อาหารและเครื่องดื่มประจำฤดูที่พลาดไม่ได้ แม้จะอากาศหนาว แต่ที่นี่โดดเด่นด้วยไวน์อุ่นแบบดั้งเดิม (Vin Chaud), ไวน์ขาวคุณภาพสูง และเบียร์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าสนและไร่องุ่นที่เปลี่ยนเป็นสีทองน้ำตาลในช่วงฤดูหนาวได้อย่างเพลิดเพลิน 4. บ้านโบราณครึ่งไม้ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป บ้านเรือนสีพาสเทลสไตล์ Half-timbered Houses ซึ่งมีอายุมากกว่า 200 ปี ยิ่งโดดเด่นเมื่อถูกแต่งแต้มด้วยหิมะและแสงไฟ ทำให้ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยเหมือนหลุดไปอยู่ในเมืองยุโรปโบราณ 5. บรรยากาศโรแมนติกเหมือนย้อนเวลา การเที่ยวอาลซัสในฤดูหนาวคล้ายการย้อนกลับไปยังฝรั่งเศสยุคเก่า ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ เสียงดนตรีประจำเทศกาล และกลิ่นอบเชยอุ่น ๆ จากร้านค้าในตลาดคริสต์มาส ทำให้หลายคนประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มา อยากเที่ยวอาลซัสฤดูหนาว ต้องเตรียมตัวยังไง ?+ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -5°C ถึง 5°C+ ควรจองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนธันวาคม+ ควรเผื่อเวลาเดินทาง เพราะหลายเมืองเล็ก ๆ มีถนนแคบและคนค่อนข้างเยอะในช่วงเทศกาล.หากสนใจเดินทางไปชมบรรยากาศสุดมหัศจรรย์ของอาลซัสในฤดูหนาว สามารถ inbox มาสอบถามโปรแกรมเดินทางกับแอดมินได้เลยนะคะ ปลายปีหากสนใจเที่ยวยุโรป คริสต์มาสเรามีโปรแกรมที่จะพาทุกท่านไปสัมผัสกับตลาดคริสต์มาสที่ฮัลซาส นอนที่ สตราสบูร์ก ถึง 2 คืน และเที่ยวถึง 4 ประเทศ เยอรมัน-ฝรั่งเศส-เบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์ เดินทาง 18-25 ธ.ค. 2568 พีเรียดเดียวเท่านั้นค่ะ. สอบถามหรือจองโปรแกรมโทร: 02-511-5999คุณเค 085-528-5517คุณออม 063-973-9556คุณม่า 084-986-2199คุณมาย 098-832-9644คุณเก๋ 093-559-9091คุณแป้ง 065-939-8874คุณโอ็ต 092-259-4264. และติดต่อได้ทุกช่องทางออนไลน์Line: @supertrips.th (เติม @ ด้านหน้าด้วยนะคะ). เวลาทำการจันทร์–ศุกร์: 08:30 – 22:00 น.เสาร์: 08:30 – 20:30 น.อาทิตย์: 08:30 – 16:00 น.. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว: 11/08775

เป่ยโถว (Beitou): อัญมณีแห่งน้ำพุร้อนใกล้ไทเป ที่คุณไม่ควรพลาด

เป่ยโถว (Beitou): อัญมณีแห่งน้ำพุร้อนใกล้ไทเป ที่คุณไม่ควรพลาด

41

เป่ยโถว (Beitou): อัญมณีแห่งน้ำพุร้อนใกล้ไทเป ที่คุณไม่ควรพลาด หากคุณมีเวลาเที่ยวไทเปเพิ่มอีกซักวัน... ขอแนะนำให้ “หลบความวุ่นวาย” แล้วแวะมาเยือน เป่ยโถว (Beitou) เขตน้ำพุร้อนชื่อดังของไต้หวัน ที่ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางไทเปไม่ถึง 1 ชั่วโมง แต่กลับให้บรรยากาศราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง — เงียบสงบ รายล้อมด้วยภูเขา และกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นเก่าแก่ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเป่ยโถว หุบเขาความร้อนใต้พิภพ (Thermal Valley) จุดกำเนิดน้ำพุร้อนสีเขียวมรกต ที่มีเพียง 2 แห่งในโลก — ที่เป่ยโถว และจังหวัดอะคิตะ ประเทศญี่ปุ่น หมอกไอน้ำลอยคลุ้งตลอดปี ให้บรรยากาศลึกลับน่าค้นหา พิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว (Beitou Hot Spring Museum) อาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่นสุดคลาสสิก ที่บอกเล่าประวัติของวัฒนธรรมการอาบน้ำแร่ในยุคอาณานิคมญี่ปุ่น เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาด ห้องสมุด Beitou Branch หนึ่งในห้องสมุดไม้ที่สวยที่สุดในโลก ออกแบบด้วยแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่กลางสวนสาธารณะร่มรื่น เหมาะสำหรับคนชอบความสงบและมุมถ่ายรูปสวยๆ ผ่อนคลายแบบคนท้องถิ่น หากมีเวลา แนะนำให้ลองแช่น้ำแร่ในบ่อสาธารณะบรรยากาศชิล หรือเลือกใช้บริการบ่อส่วนตัวในโรงแรมหรู เพื่อสัมผัสความสุขแบบ Slow Life อย่างแท้จริง